30 สิงหาคม 2550

นักพากย์ VS นักอ่านสปอตโฆษณา

ถึงแม้ว่า 2 อาชีพนี้จะเป็นอาชีพที่ต้องใช้เสียงเหมือนกัน แต่....มันก็มีความต่างกันอย่างมากโดยเฉพาะ "อารมณ์ "ในการทำงาน
นักพากย์ที่รู้จักหลายๆคนมักจะหงุดหงิดแทบทุกครั้งเวลาที่ต้องไปอ่านสปอต แล้วไม่สามารถทำตามอารมณ์ที่ Director สั่งได้สาเหตุก็เพราะ "อารมณ์ของเสียงมันมีมากไปหน่อย "
เฮ้อ...ทำไงได้ ก็กว่าจะมาเป็นนักพากย์ก็พยายามฝึกพูดให้มีอารมณ์มาตลอด กว่าจะพากย์ได้เข้ากับหน้า ท่าทาง ปากของตัวแสดง ไม่ได้ใช้เวลาแค่ 2-3 อาทิตย์ แต่เป็นปีๆ แต่พอมาอ่านสปอตเค้ากลับให้พูดเหมือนคนเพิ่งหัดพากย์ คือพูดแบบธรรมชาติ..... ซะงั้น
แถมพอเทกเพราะFeelingมันมากไปหลายครั้ง คนคุมกลับไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้แบบไหนซะแล้ว แบบนั้นก็ดี แบบนี้ก็ดี งั้นเอาใหม่ เอาใหม่ และเอาใหม่ โดยที่คนพากย์เองยังไม่รู้ว่าไอ้ที่อ่านไปแล้วเมื่อกี้ ไม่ดีตรงไหน ก็เลยต้องอ่านจนต่างคนต่างเบลอ ถึงจะบอกว่า O.K.ตั้งแต่เทกที่ 2 แล้วพี่
อ้าววววววววแต่ก็เอาเถอะ...มันคืองาน ต้องทำใจ

27 สิงหาคม 2550

มาทำบุญโดยการอ่านหนังสือกันเถอะ


ตอนนี้ใครๆก็นิยมทำบุญกันมากเลยเนอะ ไม่ว่าจะเป็นทำบุญ 9 วัด หรือตามวัดตามต่างจังหวัดต่างๆ แต่การทำบุญไม่ต้องทำให้กับวัดเพียงอย่างเดียวก็ได้ เราสามารถทำบุญโดยการให้ทาน หรือให้โอกาสแก่ผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าเราก็ได้

และในฐานะที่เป็นนักพากย์ มีความสามารถในการใช้เสียงได้ดีกว่าคนอื่นๆเค้า ก็เลยคิดว่าคงจะทำบุญด้วยการอ่านหนังสือให้กับคนที่เค้ามองไม่เห็นเหมือนเราดีกว่า และถ้าใครสนใจที่จะร่วมด้วยก็สามารถไปได้เลยที่

สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในซอยบุญอยู่ ใกล้ๆกับ กองปราบปรามยาเสพติด ( ปปส. ) แถวๆอนุสาวรีย์ชัยฯ ค่อนมาทางสามแยกดินแดงก่อนจะลอดอุโมงค์นั่นแหละ หรือโทรไปสอบถามได้ที่เบอร์ 022463835 ต่อ 200 ติดต่อที่คุณอ้วน โดยก่อนเข้าไปต้องบอกวันเวลาที่จะเข้าไปซะก่อน เพื่อความสะดวก เพราะห้องอัดมีอยู่ห้องเดียว แนะนำควรไปวันธรรมดาดีที่สุด จะได้ไม่วุ่นวายมาก เพราะวันเสาร์-อาทิตย์คนเยอะทีเดียว

31 กรกฎาคม 2550

ประวัติการพากย์


ก่อนที่จะรู้จักประวัติการพากย์ มาทำความรู้จักกับบิดาแห่งวงการนักพากย์กันก่อน นั่นก็คือ "บรมครูทิดเขียว "
ทิดเขียวเป็นนักพากย์ คนแรกของเมืองไทยที่มีชื่อจริงว่า "นายสิน สีบุญเรือง" เป็นบุตรนาย เซียวฮุดเสง สีบุญเรืองและนางนิ่ม สีบุญเรือง เกิดที่ตำบลคุ้งวังนํ้าเย็น อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีเมื่อ"วันศุกร์ เดือน 8 ปีมะเส็ง พ.ศ. 2436
เมื่อนายสินสีบุญเรืองอายุได้สิบปีแม่ได้พาไปฝากตัวกับท่านพระครูวิริยกิจ(กล่อม)เจ้าอาวาสวัดสามจีนจนอายุ14 ปีจึงเริ่มฝึกงานหนังสือพิมพ์จีนโนสยามวารศัพท์ จนกระทั่งปี 2450 นั้น ได้เริ่มต้นทำงานเป็นคนขายนํ้าเลมะเน็ดหน้าโรงหนัง และเพราะเป็นคนช่างพูดช่างเจรจา พอมีเวลาว่างก็เข้ามาหลังจอภาพยนคร์ ช่วยทำเสียงต่างๆ ตลอดจนหัดกรอหนัง หัดฉายหนัง เยี่ยงนี้ทุกจนมีความชำนาญ ส่วนเวลากลางวันก็ไปเรียนหนังสือที่วัดใกล้ๆบ้าน
ต่อมาในรัชกาลที่6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการของภาพยนตร์เริ่มเจริญขึ้น โรงหนังเกิดเพิ่มมากขึ้น แต่โรงหนังที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักคือโรงหนังวังเจ้าปรีดา ใกล้ตึกวิมานเนวรัตน์ ถนนเจริญกรุงของนาย ซุ่นใช้ คูตระกูล ที่นายสิน ด้วยความขยันและมีความคล่องตัว ประกอยกับได้เรียนหนังสือจึงแตกฉาน นายซุ่นใช้ ได้ยกระดับให้นายสิน ทำหน้าที่เขียนใบปลิว และจัดการเรื่องโฆษณาและวิ่งเต้าประสานงานเกี่ยวกับเรื่องภาพยนตร์ ต่อมามีสมาชิกในสโมสร สยามจีนางกูร รวบรวมจัดตั้งบริษัทฉายภาพยนตร์ชื่อสยามพัฒนาการ ปัจจุบันคือโรงหนัง ศิริรามา
พ.ศ.2459 นายหลุย ครรีวัตได้รวบรวมทุนกันตั้งบริษัทขึ้นมาอีกชื่อ"บริษัทสยามภาพยนตร์" โดยมีนายเซียวซองอ๊วน สีบุญเรือง(ปู่แท้ๆของนายสิน) เป็นผู้จัดการใหญ่ ทำให้สยามภาพยนตร์ เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว บริษัทได้แยกสาขาออกไปถึง 50สาขาทั่วประเทศ นายสินก็ได้รับความไว้วางใจจากปู่ ให้รับผิดชอบงานโฆษณาเพิ่มมากขึ้น ดูแลรายรับรายจ่ายของบริษัท เขียนโปรแกรมหนังและ เขียนเรื่องย่อ โดยเฉพาะ "ใบปลิว"
จนเป็นที่รู้จักกันทั่วในวงการ และถูกเชิญมาร่วมงานด้านหนังสือพิมพ์ข่าวภาพยนตร์ โดยมีตำแหน่งหน้าที่ ทำโปรแกรมและเรื่องย่อลงประจำเล่ม และใช้นามปากกาว่า "ทิดเขียว" และเป็นนามปากาที่ดังทะลุฟ้าทั้งการเขียนและการพากย์หนัง

( ที่มา : จากหนังสือ เทิดเกียรติ 108 ปี บรมครูทิดเขียว )